Short fic: The marriage of white orchids Part 3 [จบ]

Part: 10051

Rate: NC18

By: Pi2merY7 [Feat.Nack269]

Note: เนื้อเพลงในเรื่องชื่อเพลง Speak Now - Taylor Swift อาจไม่ตรงตามเนื้อหาฟิคแค่ประกอบเฉยๆ  

ระวังไว้ดี...ระวังเลือดของท่านจะหมดตัว!!ใครไม่ชอบให้ข้ามไปเลยนะครับ

 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 Horrified looks from everyone in the room
 ทุกคนมองอย่างตกใจ
But I’m only looking at you…
แต่ฉันมองแค่คุณ
 
I am not the kind of girl
ฉันไม่ใช่ผู้หญิงประเภท
who should be rudely barging in on a white veil occasion
ที่จะเข้าไปขัดจังหวะงานแต่งงาน
but you are not the kind of boy
แต่คุณก็ไม่ใช่ผู้ชายประเภท
who should be marrying the wrong girl~
ที่ควรจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ใช่

 

หือ??!!!~~

 

เสียงของแขกมากมายภายในงานวิวาห์ครั้งนี้ดังขึ้น เมื่อได้ยินเสียงของโชอิจิที่ต้องการจะคัดค้านการแต่งงานเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างวองโกเล่และมิลฟีโอเล่ครั้งนี้ สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เขาและก็คงตกใจกับการมาของเขาเป็นอย่างมาก...แต่ก็คงไม่เท่ากับนภาแห่งมิลฟีโอเล่ที่ดูเหมือนจะตกใจกับการมาของเขามาที่สุด

 

“โชจัง…”

 

“คึหึหึ~ ^^ นึกว่าจะไม่โผล่หัวมาซะแล้ว”

 

โชอิจิลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ตัวที่เขานั่ง และยกมือที่สั่นเทาของเขาขึ้นเพื่อแสดงเจตจำนงในการหยุดงานวิวาห์ครั้งนี้ พลางสาวเท้าเดินไปยังแท่นพิธีอย่างช้าๆ ทุกสายตาก็ยังคงจับจ้องมายังเขา แต่นั่นกลับไม่ทำให้เขารู้สึกสะท้านแม้แต่น้อย เพราะเขากำลังจ้องมองไปยังคนตรงหน้า...นภาที่เขารักมากที่สุด...

 

And you say lets run away now
และคุณพูดว่า วิ่งหนีไปกันเถอะ
I’ll meet when I’m out of my tux at the backdoor
ผมจะไปพบคุณที่ประตูหลังเมื่อผมถอดชุดทักซิโดออก
Baby I didn’t say my vows, so glad you were around
ผมไม่ได้พูดคำสาบาน และดีใจมากที่คุณมา
When they said ‘Speak now’
เวลาที่เขาบอกให้พูดเลย

               

                ทุกย่างก้าวที่เดินเข้าไปใกล้แท่นพิธีเรื่อยๆ เสียงเพลงนั้นก็ยังดังประกอบขึ้นมาเหมือนกับว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นสิ่งที่หัวใจของทั้งสองฝ่ายเรียกร้องและโหยหามานานแสนนาน เขาเดินมาเรื่อยๆจนหยุดที่แท่นพิธี ภายในโบสถ์เงียบสนิท เหมือนแค่ตรงนี้มีเขากับนภาของเขาเท่านั้น...

 

“โชจัง นาย...”

“ผม…”

“…”

“ผมทำอย่างนี้มันจะผิดมากไหมครับ...”

“…”

“แค่ทำตามหัวใจตัวเอง”

“...!!”

 “จะไปไหมครับ? ^^”

 

โชอิจิยื่นมือไปขอมือคนตรงหน้าเขาก่อนจะส่งยิ้มละมุนไปให้เบียคุรัน...นภานั้นไม่ได้ตอบรับ แต่เขาเพียงแค่ยิ้ม...ยิ้มที่อ่อนโยนและมีเพียงโชอิจิรู้ได้ทันที่จะได้เห็นมันบ่อยๆ เขารู้ดีว่านั่นคือรอยยิ้ม...แห่งความดีใจและจริงใจที่สุด เบียคุรันวางมือลงมือเรียวของโชอิจิ และฉุดให้คนร่างเล็กเข้าอยู่ในอ้อมกอด

 

“ฉันดีใจมากๆเลยที่โชจังมา ^^”

“เอ๊ะ! O_O”

 

ดวงตาสีมรกตภายใต้กรอบแว่นสีขาวก็ต้องเบิกกว้างขึ้น เพราะนภาของเขานั้นโน้มใบหน้าหวานของตนลงมาก่อนจะประทับริมฝีปากของเขาลงบนหน้าผากของโชอิจิอย่างแผ่วเบา เลื่อนลงมาเรื่อยจนถึงตา...จมูก...และปาก...เบียคุรันมอบสัมผัสที่อ่อนโยน...หวานละมุนและแผ่วเบาราวกับขนนกที่ล่องลอยในอากาศ โชอิจิที่รู้สึกตกใจกับการกระทำของเบียคุรันที่กระทำต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้ ...ก็ยังเคลิ้มกับรสสัมผัสที่ได้รับจนเผลอตอบสนองกลับไป...

 

เพียงเพราะยอมให้นภาตรงหน้ายอมเก็บเกี่ยวความหอมหวานในปาก จากสัมผัสที่อ่อนนุ่มและหวานเหมือนขนมเคลือบน้ำตาลนั้น ก็กลับทวีเพิ่มความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นสัมผัสที่ชวนให้รู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระชากออกจากอก...สัมผัสที่ดึงดันและเรียกร้อง ราวกับว่าต้องการมากกว่านี้...ล้ำลึกกว่านี้...บดขยี้เขาให้มากกว่านี้...สัมผัสที่ดูรุนแรง แต่กลับหวานล้ำจนเขาต้องยอมสยบ...

 

Don’t say yes, run away now

อย่าตอบตกลง แล้ววิ่งหนีไป
I’ll meet you when you’re out of the church at the backdoor

ฉันจะไปเจอกับคุณที่ประตูหลังของโบสถ์
Don’t wait or say a single vow

อย่ารอช้า หรือสาบาน(เกี่ยวกับเรื่องแต่งงาน)
You need to hear me out and they said speak now~

คุณต้องฟังฉันก่อน และพวกเขา(คนอื่นๆที่มางานแต่ง)ก็บอกให้พูดเลย

 

“ไปเถอะโชจัง!~ ^^”

“หะ...หา? O_O”

 

เมื่อเบียคุรันพอใจกับสิ่งที่ได้รับแล้ว...ก็ถอนริมฝีปากอย่างช้าๆ...และสบตาคนในอ้อมกอดด้วยสายตาที่สื่อความหมาย ก่อนจะฉุดมือโชอิจิให้วิ่งออกไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรมสีแดงราคาแพง ก่อนจะออกจากโบสถ์ที่ยิ่งใหญ่นี้  เบียคุรันวิ่งพลางไปหัวเราะไปอย่างมีความสุข โชอิจิมองแผ่นหลังของนภาอันเป็นที่รักของเขา ก่อนจะยิ้มอย่างเป็นสุขที่สุด...

 

And you say lets run away now
และคุณพูดว่า วิ่งหนีไปกันเถอะ
I’ll meet when I’m out of my tux at the backdoor
ผมจะไปพบคุณที่ประตูหลังเมื่อผมถอดชุดทักซิโดออก
Baby I didn’t say my vows, so glad you were around
ผมไม่ได้พูดคำสาบาน และดีใจมากที่คุณมา
When they said ‘Spea-…
เวลาที่เขาบอกให้-

 

แซ่ดดดดดดด!!!~~

 

เฮือก!!

 

ขณะที่เสียงเพลงกำลังจะจบลงอย่างสวยงาม ก็มีเสียงที่ดังแซ่ดเหมือนเวลาที่ฟังวิทยุแล้วสัญญาณหายดังขึ้นเต็มหูของโชอิจิ ทำให้ดวงตาสีมรกตนั้นลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกหัวและกลุ่มผมสีน้ำตาลแดงขึ้นจากโต๊ะทำงานจากท่านอนที่ผิดลักษณะ แล้วรีบถอดหูฟังอันใหญ่ออกจากหู เพราะเสียงที่ดังขึ้นนั้นมันช่างบาดหูเขาเหลือเกิน

 

“อะไรเนี่ย!!?”

 

เขาว่าพลางใช้นิ้วลูบเข้าไปในหู หวังเพื่อมันจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดนั้นได้บ้าง ก่อนที่เจ้าตัวจะจะหันไปมองรอบๆห้องและสะบัดหัวตัวเองแรงๆโดยหวังว่ามันจะคลายความสะลืมสะลือที่เกิดจากการตื่นนอนได้

 

เมื่อกี้...

 

ฝันเหรอ...?

 

...ฝันสินะ...

 

เขาใช้สายตากวาดไปรอบๆ...ก่อนที่ความคิดของเขาจะประมวลผลออกมาว่าที่นี่คือ...ห้องทำงานของเขา...ฐานทัพเมโลเน่ เมืองนามิโมริ...

 

“เป็นอะไรไปนะ?”

 

โชอิจิยกหูฟังที่เขาสวมมันเป็นประจำขึ้นมาสำรวจความผิดปกติ และหาสาเหตุของเสียงที่บาดแก้วหูนั้น เจ้าตัวจับหูฟังของเขาหันซ้ายที หันขวาทีก็ไม่พบถึงสาเหตุ เขาจึงไล่สายตาที่อยู่ภายใต้กรอบแว่นสีขาวนั้นไปตามสายสีดำที่เชื่อมต่ออยู่แล็ปท็อปของเขา นั่นทำให้เขารู้ถึงสาเหตุนั้นทันที

 

เจ้าตัวก้มลงเก็บสายสีดำนั้นขึ้นมาก่อนจะสาวมันเข้าหาตัวเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดสิ้นสุดของสายนั้น เขาก็พบว่าปลายของมันขาด แต่ดูเหมือนจะไม่ทั้งหมดและดูจากรอยแล้วเหมือนจงใจตัดชัดๆ!!

 

หวูบ~

 

“-*-”

 

โชอิจิถึงกับต้องขมวดคิ้วทันที เมื่อเขารู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่วูบผ่านหลังเขาไปอย่างรวดเร็ว...ความวังเวงที่เกิดขึ้นภายในห้องและความรู้สึกเสียวสันหลังจนขนลุกซู่ ตอนนี้เค้าภาวนาให้มันไม่ใช่สิ่งที่เขาคิด เพราะอยู่ที่นี่มานานไม่เคยเจอสิ่งที่เรียกว่าผีหรือวิญญาณซักที!! แต่ใช่ว่าเขาจะอยากเจอหรอกนะ - -++

 

หวูบ~

 

“เฮ้อออ~…ออกมาเถอะครับ - -”

 

เขารู้สึกถึงการเคลื่อนไหวครั้งที่สอง ก็ต้องถอดหายใจออกมาพร้อมกับทำหน้าเซ็งแล้วหันไปที่ด้านหลังโต๊ะทำงานของเขา จากนั้นเจ้าผีหัวขาวก็ค่อยๆโผล่หน้าออกมาแล้วฉีกยิ้มตามฉบับของเจ้าตัว

 

“แฮ่~โชจังงงงง~ ^O^//”

 

“สนุกมากสินะครับ? เล่นมาทำลายข้าวของของคนอื่นแบบนี้ - -++”

 

“ก็ฉันเรียกเท่าไหร่ โชจังก็ไม่ตื่น แถมยังนอนยิ้มตลอด ฉันก็เลยไม่อยากกวน~^O^//”

 

“นี่คือการไม่รบกวนของคุณเหรอครับ คุณเบียคุรัน? -*-”

 

“ก็แหม~โชจังก็เอาแต่นอนอย่างเดียว ฉันรอไม่ไหวก็เลยตัดสินขั้นเด็ดขาดโดยการใช้ ‘ไอ้นี่’ ตัด ‘ไอ้นั่น’ ยังไงล่ะ -^-// ”

 

เบียคุรันว่าพลางชู ‘ไอ้นั่น’ ที่เขาว่าหรือภาษาบ้านเราที่เรียกว่า กรรไกร และชี้ไปที่ ‘ไอ้นั่น’ หรือก็คือสายหูฟังของโชอิจินั่นเอง เจ้าตัวว่าพลางยังขยับกรรไกรไปมาดัง ‘ฉับ ฉับ’ เป็นเอฟเฟ็คประกอบด้วย

 

“เฮ้อออ~ คุณเนี่ยนะ  อย่าทำแบบนี้อีกนะครับ! แค่นี้ภาระงานผมก็มากพอแล้ว ไม่ต้องหาเพิ่มให้ก็ได้ครับ - -”

 

“คิดถึงโชจังจังเลยยย~ ^O^”

 

แต่คุณเผือกของเราก็หาฟังไม่ เปลี่ยนเรื่องได้คล่องยิ่งกว่าปลาไหลใส่สเก็ต เบียคุรันวางกรรไกรลงบนโต๊ะก่อนจะโผเข้าไปกอดโชอิจิอย่างเต็มแรง ก่อนจะใช้ทั้งสองข้างโอบตัวโชอิจิเอาไว้และยกหมุนไปรอบๆ

 

“อ๊ะ...คุณเบียคุรัน O_O”

 

“ฮ่าๆๆ ^O^”

 

“พอเถอะครับ ผะ...ผม...ผมจะ...อ้วก @_@”

 

เพราะแค่โชอิจิพูดว่าจะอ้วก นภาก็ปล่อยเขาลงกับพื้นทันที ทำให้โชอิจิถึงกับทรุดลงไปนั่งกับพื้น เบียคุรันย่อตัวลงไป ก่อนจะทำหน้ามู่ทู่ใส่คนตรงหน้า ที่ตอนนี้รู้สึกเวียนหัวยิ่งกว่าโดนอุกกาบาตชนซะอีก

 

“โชจังเนี่ยนร้า~ ไม่โรแมนติกซะเลย -^-”

 

“ก็คุณเล่นอะไรก็ไม่รู้นิครับ -*-”

 

“ฉันฝันอยากจะทำแบบนี้ตั้งนานนะ โชจังพังความฝันฉันหมดอ่ะ -^-///”

 

“ฝัน?...ใช่สิ...”

 

“อะไรอ่ะ? -^-”

 

“…แล้ว…นี่คุณไม่ไปแต่งงานเหรอครับ?”

 

“แต่งงาน? อ๋อ~…ไปสิ เดี๋ยวก็ไปแล้ว แต่จะแวะมารับโชจังก่อน~ ^^”

 

โชอิจิที่หายจากอาการเวียนหัวแล้วก็เงยหน้าขึ้นมาคุยกับเบียคุรัน เพราะคำว่า ฝัน ที่เบียคุรันพูด สะกิดใจเขาขึ้นมา ทำให้เขาคิดว่าเรื่องที่เกิดทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งเบียคุรันกับมุคุโร่ เรื่อง ที่เขาพังงานแต่งงานและพากันหนีออกมาอีก...มันจะเป็นฝันบอกเหตุหรือเปล่า?...ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้เป็นความฝันทั้งหมด แต่เรื่องแต่งงานนี่สิ...

 

เมื่อก่อนหน้านั้นครู่เดียวก่อนที่เขาจะหลับไปและฝันถึงเรื่องราวต่างๆ...เบียคุรันอีเมล์มาบอกมาบอกเขาว่าจะไปแต่งงาน... แล้วจะมารับเขาไปด้วย

 

ใช่...มันคือความจริงสินะ...นภาของเขากำลังจะแต่งงานจริงๆ...

 

 

...ไม่ยอม...

 

ไม่ยอมเด็ดขาด!!!

 

“…”

 

“รับไปแต่งตัวเร็วโชจัง เดี๋ยวฉันไปไม่ทันพิธีเริ่มนะ ^^”

 

“…ผมไม่ไปหรอกครับ”

 

“อ้าว? ทำไมล่ะ~OoO”

 

“ผมจะไม่ไป...แล้วคุณก็จะต้องไม่ไปด้วย!!”

 

“หา!?”

 

“คุณจะต้องไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น!! ถึงคุณจะแต่ง ผมก็จะขัดขว้างให้ถึงที่สุด!! ไม่ว่ายังไงคุณก็จะต้องไม่แต่งกับใครนอกจาก...นอกจากผมคนนี้!!...ฮือ...”

 

“โชจัง...”

 

“ผมจะไม่ยอมเสียคุณไปอีกแล้ว...ฮึก...แม้แต่ในความฝันผมก็จะไม่ยอม!!...เพราะผม...รักคุณ...ฮึก”

 

โชอิจิปล่อยให้น้ำตาตัวเองไหลออกมาอย่างไม่อายคนตรงหน้า เพราะความรู้สึกที่เขาเห็นเบียคุรันแต่งงาน ถึงแม้จะแค่ในความฝัน มันทำให้เขาเจ็บปวดที่สุด...เจ็บเหมือนโดนมีดกรีดหัวใจให้เป็นแผล ก่อนที่จะบดขยี้มันด้วยปลายเท้าของใครสักคน...มันเจ็บ...ไม่ใช่ร่างกาย..แต่มันคือหัวใจ...

 

“โชจัง...นาย...”

 

“ฮือ...ฮึก...”

 

“…คิคิคิ...ฮ่าๆๆๆๆ ^O^//”

 

“-*-”

 

เบียคุรันที่ตอนแรกเหมือนจะตกใจกับคำพูดและการกระทำของโชอิจิเป็นอย่างมาก เพราะคนอย่างโชอิจิมักจะเก็บความรู้สึกและความคิดของตัวเองเอาไว้เสมอ ไม่ยอมบอกให้เขารู้...แต่วันนี้กลับ...เผยความคิดของตัวเองออกมาทั้งหมด...มันน่าดีใจจริงๆ แต่...

 

“ฮ่าๆๆๆๆ ^O^///”

 

“หัวเราะอะไรของคุณครับ!! ความรู้สึกของผมมันน่าหัวเราะนักหรือไง!!”

 

“โชจัง~ นี่โชจังอ่านเมล์แค่ฉบับเดียวใช่ไหม? คิคิ~ ^^”

 

“หา? อะไรนะครับ? เมล์? -*-”

 

“ฮ่าๆๆ ^O^ ”

 

เบียคุรันก็ยังหัวเราะต่อไปอย่างไม่มีเหนี่อย ก่อนจะลุกขึ้นแล้วตรงไปที่โต๊ะทำงานของโชอิจิและกดนั่นกดนี่ไปเรื่อยที่แล็ปท็อปของโชอิจิ ก่อนจะพูดว่า ‘ว่าแล้ว~’ จากนั้นเบียคุรันก็ยกแล็ปท็อปที่วางอยู่บนโต๊ะไปให้คนที่นั่งหมดแรงอยู่กับพื้น

 

“โชจังเห็นไหม? มีอีเมล์อีกหนึ่งฉบับที่โชจังยังไม่ได้อ่าน ^^”

 

“-*-”

 

“เปิดดูสิ~^^”

 

โชอิจิทำตามอย่างว่าง่าย เข้าคลิกเข้าไปในกล่องขาเข้า ก็พบว่ามันมีเมล์อีก 1 ฉบับที่เขายังไม่ได้เปิดอ่านมันมาจาก เบียคุรัน ดูจากเวลาแล้วห่างจากเมล์ฉบับแรกไม่กี่ชั่วโมง เขาคลิกเข้าไปอ่านก็พบกับข้อความที่ไม่ยาวมากนัก

 

โชจังงงง~ เมื่อกี้ที่ว่าแต่งงานน่ะ เป็นงานของสึนะโยชิคุงกับฮิบาริคุงนะ ไม่รู้ว่าโชจังอยากไปหรือเปล่า~ แต่คงจะต้องไปสินะนี่~ ตอนนี้ฉันอยากเจอโชจังที่สุดเลย นั่งเครื่องอยู่ ไม่กี่ชั่วโมงคงถึง รักโชจังที่สุดในโลก ^^

 

เบียคุรัน คุณสามีไงครับ ^___^//

 

“มันอะไรครับเนี่ย? -*- ผมงงไปหมดแล้ว”

 

“ก็ตามที่บอกในเมล์นั่นแหละ~ เป็นงานแต่งของสึนะโยชิคุงกับฮิบาริคุง”

 

“แต่เมล์แรกคุณบอกจะไปแต่งงาน...”

 

“ฉันเขียนผิดน่ะ -^- ความจริงต้องการจะเขียนว่า จะไปงานแต่งงาน แต่ลืมคำว่างาน มันก็เลยกลายเป็นไปแต่งงาน ผิดแต่ขี้เกียจแก้ก็เลย เลยตามเลย~^^”

 

“คุณเบียคุรัน!! ที่หลังคุณก็ช่วยสื่อสารให้มันครบหน่อยได้ไหมครับ ทำเอาผม...เออ...ผม -////////-”

 

“ทำเอาโชจังเอาไปฝันว่าฉันแต่งงานกับคนอื่นเลยสินะ ^^ แถมยังบอกมาซะหมดเลยว่ารู้สึกยังไง~”

 

“-///////////////////////-”

 

“หึหึ~โชจังงงง~ เสร็จแน่!! ^O^”

 

                “โอ๊ะ! คุณเบียคุรัน O///O”

               

                เบียคุรันที่รู้สึกจะอารมณ์ดีสุดๆเพราะคนที่เขาเฝ้ารักและรอคอยความรักตอบกลับบ้างได้ส่งความรักนั้นกลับมาหาเขาบ้างแล้ว ใครจะไปคิดล่ะว่าแค่การพิมพ์ข้อความตกหล่นไปแค่คำเดียว มันจะทำให้เรื่องทุกอย่างที่เขาเพียรพยามจะได้และอยากได้มันมาครอบครองมากที่สุด จะได้มันมาแบบง่ายๆแบบนี้

 

เบียคุรันวางแล็ปท็อปไว้ข้างตัวก่อนช้อนตัวโชอิจิขึ้นมาอยู่ในอ้อมอกของตน ก่อนจะมุ่งตรงไปยังห้องนอนที่ดูสะอาดสะอ้าน เรียบร้อยของโชอิจิ เพราะเจ้าตัวไม่เคยใช้มันสักครั้ง โชอิจิที่พอจะรู้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตนก็แย้งขึ้นมา

               

                “คุณเบียคุรัน! ไหนว่าจะไปงานแต่งของสึนะโยชิคุงไงครับ O///O”              

 

                “ไม่ต้องไปแล้วล่ะ แต่งกับโชจังดีกว่า~^^ แต่ขอข้ามไปเข้าห้องหอเลยนะ”

 

                “ตะ...แต่เราต้องรีบแล้วนะครับ ทุกคนอาจรออยู่ O////O”

 

                “ช่ายยยย~ ^^ เราต้องรีบ ‘ทำ’ ให้มันเสร็จๆไปแล้วล่ะ~^^”

 

                “ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นนะครับ~ อ๊ะ!”

 

                เมื่อก้าวเข้าในห้องนอนสีขาวสะอาดตา เบียคุรันก็วางโชอิจิลงอย่างเบามือ ก่อนร่างสูงจะตามขึ้นไปค่อมร่างที่นอนอยู่บนเตียงและมองลงมาด้วยสายตาสื่อความหมาย...สายตาที่สะกดร่างบางไว้ไม่ให้กล้าขยับเพียงน้อยนิด เพียงแค่นี้ก็ทำเอาโชอิจิร้อนไปทั้งร่างแล้ว

 

“ฉันดีใจจริงๆนะ...ที่ในที่สุดโชจังก็ตอบรับความรู้สึกของฉันซักที ^^”

 

“-///////////////////-”

 

“เพราะงั้น...ไม่ว่ายังไง...โชจังก็ไม่รอดแล้ว~^^”

 

“อ๊ะ O///////O”

 

งับ~

 

เบียคุรันโน้มตัวลงไปใช้ริมฝีปากคาบแว่นสีขาวสะอาดที่โชอิจิสวมอยู่ออก ก่อนจะปล่อยให้มันตกลงไปข้างเตียง แล้วหันมาประกบริมฝีปากของร่างบางอย่างอ่อนโยน โชอิจิที่ขัดขืนในตอนแรกก็ต้องยอมศิโรราบแต่โดยดี กลิ่นกายของกล้วยไม้ขาวลอยมาแตะจมูกเขา ทำให้สติของร่างบางแทบหลุดลอย

 

“อืม...”

 

ร่างสูงที่อยู่ด้านบนกดริมฝีปากของเขาในแนบชิดกับริมฝีปากของโชอิจิมากขึ้น โชอิจิที่อ้าปากร้องห้าม แต่ก็กลับกลับเป็นเปิดทางให้อีกฝ่ายสอดเรียวลิ้นเข้าหาเก็บเกี่ยวความหอมหวาน...มากขึ้น...มากขึ้นเรื่อยๆ รสจูบที่หอมหวานกลับทวีความร้อนแรง จนโชอิจิต้องดันอกแกร่งของเบียคุรันเป็นนัยๆว่า เขาไม่ไหวแล้ว...

 

“แฮ่กๆ...”

 

เบียคุรันยอมถอดริมฝีปากของเขาอย่างช้า แต่ใช่ว่าเขาจะหยุดแค่นั้น เสียงหอบหายใจของโชอิจิรวมกับใบหน้าที่แดงระเรื่อและดวงตาสีมรกตที่ปรือมองเขาอย่างเย้ายวน ทำให้กระตุ้นอารมณ์ของเขามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เบียคุรันลากริมฝีปากของตัวเองลงมาที่ซอกคอขาวก่อนจะขบเม้มสร้างรอยแดงบนลำคอขาวนั้น ริมฝีปากหนาก็ยังคงไล่พรมจูบซอกคอขาว กัดติ่งหู เพื่อกระตุ้นอารมณ์ให้อีกฝ่าย ระหว่างนั้นมือของร่างสูงก็ถอดเสื้อตัวเก่งของโชอิจิได้สำเร็จ…

 

“คะ...คุณเบีย...คุรัน...อ๊า”

 

“ฉันไม่หยุดแล้วนะโชจัง...”

 

“อ๊า...”

 

เบียคุรันยังคงจูบพรมไปตามร่างกายโชอิจิอย่างไม่หยุดหย่อน มือแกร่งเข้าลูบคลำยอดอกสีชมพูอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากหนาเลื่อนลงมาที่ยอดอกสีชมพูนั้นพลางขบเม้นลงบนยอดอกนิ่มจนมันแข็งตัวขึ้นมา …

 

“อะ...อ๊า”

 

ความรู้สึกเสียวซ่านที่เบียคุรันมอบให้ มันทำให้โชอิจิร้องออกมาอย่างสุดจะกั้น จนร่างบางที่ถูกกระทำอยู่นั้นต้องใช้มือจิกและขย้ำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่เพื่อเป็นที่ยืดเหนี่ยว เบียคุรันที่ยังคงกระตุ้นอารมณ์ของโชอิจิอยู่ ก็ปลดตะขอกางเกงของโชอิจิ ก่อนจะหันมาถอดเสื้อของตัวเองบ้าง ทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็วเพราะความชำนาญของเจ้าตัว...

 

“อ๊า...”

 

ร่างสูงค่อยๆเอือมมือมาปลดกางเกงและชั้นในของโชอิจิลง จนที่แก่นกายที่ตื่นตัวจากการกระตุ้นนั้นจะปรากฏแก่สายตาของเขา ร่างสูงไม่รอช้าก้มใบหน้าของตนเข้าซุกกับแก่นกาย ลิ้นอุ่นโลมเลียตั้งแต่ต้นจนสุดอย่างชำนาญ การปลุกเร้าของร่างสูงทำเอาโชอิจิถึงกับต้องอดกลั้นอารมณ์ของตัวเองแทบไม่ไหว ความเสียวซ่านที่กระจายอยู่ทั่วร่างบาง ทำเอาโชอิจิต้องร้องออกมาเพราะการปรนเปรอพวกนั้นอยู่ตลอดเวลา

 

“คะ...คุณเบียคุรัน..อ๊า...ผมไม่ไหว...อ๊ะ...แล้วครับ...อ๊า”

 

“อย่าเพิ่งสิโชจัง...อืม~”

 

เบียคุรันที่รับรู้ถึงอารมณ์รุนแรงของโชอิจิก็ปรนเปรอความสุขให้อย่างไม่หยุดหย่อน ร่างสูงยังคงใช้ลิ้นของตนโลมเลียแก่นกายของร่างบางต่อ...จากช้าก็กลับกลายเป็นเร็วและเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนร่างบางครางออกมาเพราะความเสียวซ่านไม่หยุด

 

“อะ...อ๊า...ผม...มะ...ไม่ไหว...ละ...แล้วครับ...อ๊าาาาา!!”

 

สิ้นเสียงครางของร่างบาง ของเหลวสีขาวขุ่นก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากแก่นกายของร่างบาง ใบหน้าของร่างสูงยิ้มออกมาด้วยความพอใจก่อนจะหยุดโลมเลียแก่นกายและเลื่อนใบหน้าของตนที่มีของเหลวสีขาวขุ่นติดเล็กน้อย

 

“โชจังใจร้ายจัง~มีความสุขอยู่คนเดียว”

 

“ขะ...ขอโทษครับ...”

 

“หึ~ เลียสิโชจัง~”

 

ร่างสูงก้มใบหน้าของตนลงไปใกล้ริมฝีปากของโชอิจิ พลางบอกให้ร่างบางที่อยู่ใต้อาณัติใช้ลิ้นเลียคราบน้ำรักที่ติดอยู่ใบหน้าของตน แม้ว่าโชอิจิจะตกใจแต่ร่างกายก็ตอบสนองต่อคำสั่งนั้น เขายกตัวขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะใช้ลิ้นเรียวของตนจัดการคราบของเหลวมีขาวขุ่นที่ติดบนใบหน้าของเบียคุรัน ไล่จากคอ แก้มและปาก...

 

“โชจัง...”

 

ร่างสูงมองดูการกระทำของร่างบางอย่างร้อนใจ จนในที่สุดเมื่อโชอิจิลากริมฝีปากบางมาที่ริมฝีปากของตน เบียคุรันก็กดริมฝีปากของเขาลงไปกับริมฝีปากของโชอิจิ ทั้งแลกลิ้นเก็บเกี่ยวความหวานของกันและกันอย่างชำนาญ...จากรสสัมผัสที่เร่าร้อนทำให้ร่างสูงโถมกายลงบดขยี้ร่างบางจนติดกับเตียงนุ่ม…ทำให้อกแกร่งของร่างสูงเบียดกับอกของร่างบาง...ราวกลับว่ามันเป็นตัวจุดประกายความร้อนที่เกิดขึ้นในตัวเข้าทั้งหมด...

 

“อา...”

 

ฝ่ามือหนาของร่างสูงเริ่มลูบไล้จากหัวขึ้นมาต้นขาขาวอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลากมือหนาของเขาไปยังปากช่องทางของอีกฝ่าย เขาแยกขาทั้งสองข้างของโชอิจิออกและสอดนิ้วเข้าไปช่องทางด้านหลังของโชอิจิ จากหนึ่งนิ้วเป็นสองนิ้ว...จากสองนิ้วเป็นสามนิ้ว…เพิ่มความเร็วและความร้อนแรงขึ้นตามลำดับ จนโชอิจิต้องร้องครางออกมา แต่ร่างสูงก็หาหยุดไม่ ยังคงเพิ่มจำนวนนิ้วและความเร็วและร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

“อ๊า...คะ คุณเบียคุรัน...มะ...ไม่เอานิ้วแล้ว...ใส่เข้ามาเลยครับ...”

 

คำขอร้องอันแสนหวาน ใบหน้าที่มีหยดน้ำตาคลอ ดวงตาที่หวานเย้ม ริมฝีปากที่เผยออ้าและเสียงครางกระเซาที่ดังไม่หยุด ฉุดสติของเบียคุรันไปหมดสิ้น เขาถอนนิ้วทั้งสามออก ก่อนจะงัดแก่นกายของตัวเองออกมและแทรกเข้าไปในตัวของร่างบาง

 

“อะ...อ๊า...อ๊าาา!!”

 

“อย่าเกร็งสิโชจัง...อา”

 

“อา...อ๊าาาาา!!”

 

ร่างบางพอจะรู้ว่าตนต้องเจอกับอะไร โชอิจิจึงทำตามที่ร่างสูงบอก เขาค่อยๆผ่อนลมหายใจตัวเอง เมื่อเบียคุรันรับรู้ถึงอาการเกร็งของร่างบางที่ลดน้อยลงไปบ้าง เขาจึงสอดเข้าไปรวดเดียวหมดอัน จนโชอิจิร้องครางออกมาอย่างสุดเสียง ก่อนที่ร่างสูงแช่มันไว่สักพักก่อนจะเริ่มขยับ...

 

“อ๊า...อา...อา!!”

 

ความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วเรือนร่างของโชอิจิ ทำให้เขาต้องร้องออกมา เบียคุรันเห็นดังนั้นจึงก้มตัวลงไปประกบริมฝีปากร่างบาสงอีกครั้ง เพิ่มหวังเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของโชอิจิได้บ้าง

 

...รสจูบที่รุนแรง เร้าร้อน และอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ทำเอาโชอิจิลืมความเจ็บเสียดหมดสิ้น เกิดเป็นความเสียวซ่านที่แล่นไปทั่วร่างของเขา จนแก่นกายของเขาแทบทนไม่ไหว ทั้งๆที่เขาเพิ่งจากเสร็จไปเมื่อกี้นี้

 

เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าพร้อมแล้ว เบียคุรันก็เริ่มขยับแก่นกายที่แทรกอยู่ในตัวของร่างบางอีกครั้ง...ขยับเข้าและออกเป็นจังหวะ จากช้าก็กลับกลายเป็นเร็วและแรงมากยิ่งขึ้น…ความดูดดื่ม ความเร้าร้อน เข้าครอบคลุมจิตใจของร่างบางเสียหมดสิ้น จนเขาตอบสนองต่อการกระทำของร่างสูงเสียทุกอย่าง

 

“อ๊า...เรียกชื่อฉันสิโชจัง...”

 

“อะ...อ๊า...คุณเบียคุรัน...มะ...ไม่ไหวแล้ว...อ๊าาาา!!”

 

 ความหวาบหวามและเสียวซ่านทางช่องทางของโชอิจิที่ได้รับจาการเสียดสีของแก่นกายของร่างสูง ทำให้เขาร้องครางออกมาอย่างไม่เป็นภาษา เมื่อใกล้จะถึงจุดสูงสุดของแต่ละฝ่าย เบียคุรันก็กดมือประสานกับโชอิจิแน่น ก่อนจะกระแทกแก่นกายของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย

 

“...อ๊า…อ๊าาาา!!”

 

สิ้นเสียงครางของทั้งคู่...ของเหลวสีขาวขุ่นก็ถูกปลดปล่อยออกมาเปรอะผ้าปูที่นอนสีขาว ร่างบางหอบหายใจถี่ และดวงตาสีมรกตที่หยาดเยิ้มทำเอาเบียคุรันหยุดอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ทั้งๆทีเขาเพิ่งจะเสร็จไปเมื่อครู่ ร่างสูงไม่ยอมถอดแก่นกายของตัวเองออกจากร่างบาง แต่กลับยกตัวของโชอิจิให้ขึ้นมานั่งบนตัก โดยที่แผ่นหลังของร่างบางติดกับหน้าอกของเขา

 

“คะ...คุณเบียคุรัน...ยังไม่พะ...พอ...อีกเหรอครับ อา...”

 

“ก็โชจังน่ารักอย่างนี้ ฉันหยุดไม่ไหวหรอก...”

 

เบียคุรันจับสะโพกของโชอิจิไว้ ก่อนจะให้โชอิจิเริ่มขยับภายใต้การช่วยเหลือของเขา ขณะเดียวกันร่างสูงก็สูดดมหาความหอมจากเรือนผมนิ่มสีน้ำตาลแดง ก่อนจะเริ่มเข้าขบเม้มซอกคอขาวและติ่งหูพร้อมลิ้นอุ่นที่เข้าโลมเลียทำให้ร่างบางแทบทนไม่ไหว

 

“อะ...อ๊า...คุณเบียคุรัน”

 

โชอิจิเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยเสียงกระเซา เบียคุรันเหยียดยิ้มออกมาก่อนจะกดสะโพกของโชอิจิให้รับกับแก่นกายของเขาสุดอัน พลางมือหนาก็กระตุ้นอารมณ์ของอีกฝ่าย โดยการสัมผัสกับแก่นกายของร่างบางและลูบไล้อย่างแผ่วเบาก่อนจะเพิ่มจังหวะขึ้นเรื่อยๆ

 

“อะ...อ๊า...ผะ...ผมจะไม่ไหว ละ...แล้วนะครับ...อ๊า!”

 

“อา...อีกนิดเดียวโชจัง...อ๊า...”

 

“อะ...อ๊าาาาาา!!!”

 

ร่างบางเร่งจังหวะเข้าหาแก่นกายขึ้นเองเรื่อยๆ ด้วยความเร็วและถี่รัว โชอิจิปล่อยการเคลื่อนไหวของเข้าไปตามสัญชาติญาณ  เมื่อความสุขและความเสียวมาถึงอีกครั้ง เสียงหวานร้องออกมาอย่างสุดกลั้น แล้วเมื่อถึงจุดสูงสุดทั้งสองก็ปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นออกมาพร้อมกัน

 

ดวงตาสีมรกตดูอ่อนล้าพร้อมกับเสียงหายใจที่หอบแฮกๆ เบียคุรันค่อยๆถอดแก่นกายของตนออก ทำให้โชอิจิถึงกลับครางออกมาเพราะความเสียวซ่าน ก่อนที่ร่างบางจะล้มลงไปกับที่นอน เบียคุรันจัดแจงหมอนมาให้เขาหนุนก่อนจะก้มหน้าจูบหน้าผากของร่างบาง

 

“ฉันรักโชจังนะ...”

 

“…ผมก็รักคุณเบียคุรันครับ...”

 

ติ๊ด~ ติ๊ด~

 

เสียงโทรศัพท์ของโชอิจิที่วางอยู่บนโต๊ะสีขาวข้างๆเตียงดังขึ้น เบียคุรันมองมันซักพัก เมื่อเห็นว่าร่างบางคงไม่มีแรงมารับเป็นแน่ ก็เอือมมือของตนไปคว้ามา พลางกดรับ แต่ยังไม่ได้กรอกเสียงลงไป ปลายสายก็พูดขึ้นมาซะก่อน

 

[ฮัลโหล! โชอิจิคุงเหรอ? นี่ฉันสึนะโยชิเองนะ ! นายอยู่ไหนทำไมยังไม่มา นี่งานจะเริ่มแล้วนะ!! นายอยู่ที่ไหนเนี่ย? หา?! โชอิจิคุง แฮ่กๆ...]

 

เสียงปลายสายจากบอสวองโกเล่รุ่นที่ 10 ที่เขาเพิ่งจะเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรกันเมื่อไม่นาน ดังมาไม่หยุด จนไม่มีจังหวะให้เขาได้พูดบ้าง ดังนั้นเบียคุรันจึงเอาแต่เงียบรอให้คนปลายสายเหนี่อยก่อน เขาจึงกรอกเสียงลงไป

 

“ใจเย็นๆสิ สึนะโยชิคุง~^^ ทีละคำถาม”

 

[บะ...เบียคุรัน!? O_O”]

 

“โป๊ะเซะ!~ ถูกต้องนะคร้าบบบ~^^”

 

[นายมารับโทรศัพท์โชอิจิคุงได้ไงเนี่ย? แล้วโชอิจิคุงไปไหน?]

 

“พอดีว่าโชจังของฉันดูท่าจะตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์ไม่ไหวแล้วล่ะ ฉันก็เลยต้องมารับแทนไง~^^ แล้วดูท่าว่าพวกฉันสองคนจะไปงานของสึนะโยชิคุงไม่ได้ซะแล้วล่ะ~^^”

 

[ทำไมล่ะ?...ปัง!!!~ เฮ้ย!!!? มุคุโร่? นายมาได้ไงเนี่ย!!? O_O]

 

เสียงที่ดังปังเหมือนเสียงประตูที่ถูกเปิดออกอย่างรุนแรงและกระแทกกับผนังด้วยความรุนแรงเช่นกัน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงตกใจของบอสวองโกเล่ที่เรียกชื่อผู้พิทักษ์สายหมอกของตนออกมาดังออกมาจากโทรศัพท์เพราะเจ้าตัวยังไม่ได้วาง

 

[นายมาได้ไงเนี่ย~ เขาห้ามเข้าไม่ใช่เหรอ]

 

[คึหึหึหึ~ ก็ผมจะเข้าเสียอย่างแล้วใครจะทำไม แต่ถ้าไม่เข้าผมก็ชิงตัวเจ้าสาวไม่ได้น่ะสิ!]

 

[หา!! O_O นายจะทำอะไร?! เฮ้ย!! คะ...คุณฮิบาริ! ~OoO]

 

[ไอ้พืชไร่!! แกคิดจะมาทำอะไร!! อยากโดนขย้ำนักใช่ไหม]

 

[คึหึหึหึ~  ก็เอาสิครับ~แต่ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่มีทางให้วองโกเล่แต่งงานกับคุณเด็ดขาด!!!]

 

[พอเถอะนะทั้งคู่ อย่า!! เฮ้ย!! พอเถอะ!!...เคร้ง!! โคร้ง!! คร้าง!! บึ้ม!!!]

 

สิ้นเสียงสิ้นท้ายโทรศัพท์ก็ถูกตัดไป อย่าเป็นเพราะตอนนี้เจ้าสาวของเราอาจจะระเบิดไปแล้วก็ได้ เบียคุรันหัวเราะออกมากับละครที่เข้าได้ยิน และพอจะนึกภาพออกว่าจะเป็นยังไง...และเขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า...โบสถ์คงจะไม่พังลงมาก่อนนะ -,.-

               

                เบียคุรันหันไปมองร่างบางที่หายใจอย่างเป็นจังหวะ เพราะคงจะเข้าไปถึงนิทราแล้ว เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาปกคลุมร่างบาง ก่อนจะสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกัน พลางดึงตัวโชอิจิเข้ามาในอ้อมกอดตัวเอง ร่างบางที่หลับพริ้มอยู่ก็ขยับตามมาอย่างว่าง่าย หวังเพียงเพื่อเสาะหาความอบอุ่น เบียคุรันยิ้มให้ภาพพวกนั้น ร่างสูงโน้มลงจูบที่หน้าผากร่างบางอย่างแผ่วเอาอีกครั้ง ก่อนจะพูดคำที่เข้าพูดมันเป็นประจำ...แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่เขาพูดมันออกมาอยู่สุขที่สุด...ก่อนที่เจ้าตัวจะเข้าสู่นิทราตามไป...

 

                “…ฉันรักโชจังนะ...”

 

แม้จะอยู่ใกล้แค่เอื้อม...

แต่นภาไม่เคยได้ครอบครองความรักของอรุณผู้นี้เลย…

สิ่งที่ได้มีแต่ความเหินห่าง...เย็นชา...

ต่อให้พยายามไขว่คว้าเท่าไร...ก็ไร้ผล

มันช่างอ่อนล้า...จนเขาอยากจะถอย...

เพราะคำว่ารักเพียงคำเดียวทำให้นภาเลือกที่จะ...เหนี่อยต่อไปอย่างไม่มีจุดหมาย

 

แต่วันนี้!!...

อรุณที่เขารัก...ได้เห็นถึงความรักที่นภาผู้นี้มอบให้แล้ว

อรุณผู้นี้จะไม่หนีอีกต่อไป...

เขาจะรักนภาของเขาไม่ให้แพ้คนไหน...

ถึงแม้ว่านภาของเขาจะเป็นเช่นไร...

ขอแค่พร้อมที่จะไปกับเขา...แค่ยอมที่จะให้เขาจับมือไว้แน่นๆ

แค่ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาวแค่ให้เขาคนนี้ช่วยคลายร้อนหรือให้ความอบอุ่น...

แค่ให้เขาได้หัวเราะและร้องไห้ไปพร้อมๆกับนภา ‘ที่เขารัก’…

....แค่นี้...

...แค่นี้ก็เพียงพอที่จะให้เขาผู้นี้ยอมให้ทุกอย่างได้ตามต้องการ...

 

------------------------------------------FIN-------------------------------

ต้องตะโกนออกมาให้ดังถึงลาสเวกัส จนคาสิโนถล่มเลยว่า

จบแล้วโว๊ยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!

[ขออนุญาตใช้คำรุนแรงแบบนี้เพื่อความสะใจ]

Part 3 เล่นเอาเหนี่อยที่สุด!!! เพราเปลี่ยนตอนจบไป 4-5 รอบ แบบไหนก็ไม่ถูกใจซักที แต่สุดท้ายก็ได้ตอนจบออกมาจนได้!!! ขอบอกเลยว่านี่เป็นการแต่ง NC ครั้งแรกของไรเตอร์ แต่งไปคลั่งไป ประมาณว่าในหัวเรามันหื่นขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!!!??

จริงๆเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นเรต PG แต่งไหงมาจบ NC แบบนี้ได้เล่า!!!

ความจริงมันไม่ใช่ความคิดของไรเตอร์หรอก พอดีเพื่อนคนหนึ่งที่รู้จักกันในเว็บ Dek-D เขาอยากเห็นไรเตอร์แต่ง NC บวกกับไอ้เราเองก็ยังหาบทสรุปของตอนนี้ไม่ได้ก็เลย

‘เอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน NC ก็ NC

แล้วเรื่องทั้งหมดก็เลยมาจบจั๊งซี่แหละเน้อ~

จริงๆแล้วเรื่องนี้มี อีกด้านหนึ่งของความฝัน ซึ่งเป็น 182769 เป็นเรื่องต่อจากที่โชอิจิหนีไปกับป๋าไป และคนในโบสถ์ว่ายังไงกัน!!!? แต่รู้สึกว่า Part 3 นี้มันยาวจริงๆ จะเอาแค่ 15 หน้า ไปๆมาๆ กลายมาเป็น 26 เฉยเลย!! ก็เลยตัดอออกซะ เลยมันแค่นี้แหละเพราะไรเตอร์เหนี่อยเกินบรรยายแล้ว

พรุ่งจะต้องสอบ ชีวะ วิทยาศาสตร์พื้นฐานอีก เผลอๆฟ้าลงทัณฑ์อาจจะมีสอบเคมีอีก โอ๊ยยยยยย!!! อีดเนิบ (ประสาทแด_) เอาเป็นว่าไรเตอร์ยังไม่ได้อ่านหนังสือซักกะตัว คงต้องหวังเพิ่งศาลพระภูมิหน้าบ้านอีกแล้ว สาธุก็ให้ลูกคาบเส้นที่เทิ้ดดดด~

ปล. 1 เรื่องดูท่าจะจบแบบงงๆใครไม่เข้าใจถามได้นะ

 
ปล.2 ขออภัย ถ้าเรื่องที่เราแต่งนี้ไม่สามารถกระตุ้นอารมณ์ด้านใดด้านหนึ่งของท่านได้ ก็ขออภัยด้วย ใครมีคำแนะนำใดๆสามารถฝากไว้ที่บล็อกได้เลยคะ~

edit @ 3 Feb 2012 14:26:42 by Pi2merY7